endofyear

วิธีเลือกซื้อที่นอน

เลือกซื้อที่นอน

จริงแล้วการเลือกที่นอนดีดีสักหลัง ก็เลือกยากเหมือนกัน มาลองดูกันว่ามีแนวทางการคิดแบบไหนที่สามารถทำให้เราตัดสินใจเลือกซื้อที่นอนได้ง่ายกว่าเดิม

สเปกโดยทั่วไปของที่นอนที่มีจำหน่ายกันทั่วไปในท้องตลาดมีแบ่งง่ายๆกันสองแบบ

  • คือ ที่นอนมีสปริง และที่นอนไม่มีสปริง

ไม่มีอะไรตัดสินใจได้แน่นอน หรือไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าที่นอนแบบไหนดีกว่ากัน แต่โดยทั่วไปแล้วที่นอนที่มีชั้นวัสดุด้านบนสุดรองรับหลังได้ดีที่สุดจะทำให้เรานอนสบายมากที่สุด

ที่นอนสปริงที่เสริมวัสดุชั้นบนดี ก็นอนสบายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นที่นอนสปริงมีหลากหลายสเปก ทั้งสปริงแบบบอร์เนียวสปริง สปริงแบบ Pocket Spring หรือ Posturetech หรือ Posturepedic สปริง

ประเภทสปริงแบบต่างๆ เป็นจุดขายหรือเคล็ดลับทางธุรกิจ จุดขายทางการค้าของแต่ละแบรนด์

ส่วนที่นอนประเภทไม่มีสปริง ก็จะเป็นที่นอนประเภท พียูโฟม ที่นอนยางพารา หรือที่นอนเมมโมรี่โฟม

สิ่งที่ต่างกันชัดเจนของที่นอนมีสปริงหรือไม่มีสปริง คือความ "เด้ง" หรือความยืดหยุ่น ในการนอน ที่นอนไม่มีสปริงเวลาเรากระโดด หรือเราพลิกตัวก็จะรู้สึกด้านๆๆ ไม่ เด้ง

ที่นอนมีสปริง

สปริงมีหลายประเภท ประเภทที่ราคาถูกที่สุดคือ สปริงแบบ บอร์เนียวสปริง (แบบนี้ใช้ตามหอพัก รีสอร์ท ราคาไม่แพง) นอนแล้วเด้งมากๆๆ พลิกตัวจะสะเทือนไปแนวข้าง

รุ่นพื้นฐานเลยจะผ้าหุ้มสีริ้วเทา แบบนี้จะราคาถูกสุดทั่วไปราคาประมาณ 5,000-6,000 บาท สำหรับที่นอนที่ไม่มีแบรนด์ หรือหากแบบมีแบรนด์ จะราคาประมาณ 9,000-10,000 บาท ที่นอนประเภทนี้ ยิ่งหนา แสดงว่ามีชั้นวัสดุมากทำให้ไม่รู้สึกถึง สปริงด้านล่างมากเกินไป

รุ่น Standard จาก Homematt 5,900 บาท

รุ่น Fantastic จาก Slumberland 9,900 บาท

รุ่น Majestica จาก Slumberland 13,900 บาท

สปริงแบบ Posturepedic สำหรับสปริงแบบ นี้ จะ มี เฉพาะจากที่นอน ยี่ห้อ Sealy เท่านั้น สปริงแบบนี้จะเป็น สปริงลิกขสิทธิ์ ของ Sealy จุดเด่นคือ นุ่มเด้ง สไตล์โรงแรม สำหรับท่านที่ไปเที่ยวพักที่นอนตามโรงแรมหลายดาวต่างๆ และรู้สึกว้าว นอนนุ่มสบายมากๆ ก็จะฟิว ของที่นอน Sealy

ราคาของที่นอนประเภทนี้หลากหลายตามวัสดุเหนือสปริง เพราะวัสดุเหล่านั้นจะเป็นตัวชี้ ความนุ่ม ความยุบจมของตัวเราในที่นอน บางท่านชอบที่นอนนุ่มมากห่อตัวมาก บางท่านชอบที่นอนนุ่มแต่ไม่จม บางท่านชอบที่นอนที่พลิกตัวง่ายๆ ราคาของที่นอน Sealy 10,900 - 48,000 บาท ตามความหนา 9 ถึง 13 นิ้ว

รุ่น Groove 10,900 บาท

รุ่น Prima 21,900 บาท

รุ่น Gallant 24,900 บาท

รุ่น Royal 48,000 บาท

*ที่นอน Sealy ทุกรุ่น เคลือบด้วยไททาเนียม และสามารถพับครึ่งได้ (เพื่อง่ายต่อการขนย้าย)

สปริงแบบ Pocket Spring สปริงแบบนี้ เป็นสปริงที่คุ้นหูเรามากที่สุด อาจจะเพราะ สปริงอิสระแบบ Pocket Spring เป็นประเภทสปริงที่แทบทุกโรงงานสามารถผลิตได้ ทุกโรงงานที่นอนมีที่นอนประเภท Pocket Spring ขาย และก็จะ อธิบายถึงคุณสมบัติ การพลิกตัวไม่สะเทือนถึงคนที่นอนข้างๆกันเสมอ จึงเป็นหนึ่งในประเภทที่นอนที่มีการจำหน่ายมาก เช่นเดียวกันกับที่นอนสปริงประเภทอื่นๆ

pocket Spring

ความสบายของแต่ละที่นอน หรือความนุ่มไม่นุ่มขึ้นกับชั้นวัสดุเหนือสปริง ว่าใช้วัสดุนุ่ม วัสดุแน่นแค่ไหน

วัสดุพื้นฐานที่ใช้เสริมด้านบนสปริงทุกประเภท คือพียูโฟม ฝ้ายอัด หรือ วัสดุยางพารา (โฟมยางพาราไม่มีนะคะเป็น ศัพย์ที่พนักงานพยายามนำมาใช้ เพื่อให้สับสนกับยางพารา โดยทั่วไป โฟมยางพารา หรือยางพาราสังเคราะห์ ก็คือ พียูโฟม หรือ ฟองน้ำ นั่นเอง แต่ฟองน้ำมีหลากหลายคุณภาพมาก)

*หากจะให้มั่นใจว่าที่นอนที่เรากำลังเลือกเสริมวัสดุใดให้ ดูจากใบแคตตาล๊อกที่นอน หรือลายปักบนที่นอน ที่แปะวัสดุเสริมไว้ เช่น

หลายแบรนด์ จะจริงใจตรงไปตรงมา ระบุชัดเจนว่า ผลิตจากวัสดุใด เสริมด้วยวัสดุใด

DSC01117

สปริงแบบ PS1500 หรือ Posture Pocket Spring หากขึ้นชื่อว่าสปริงแบบนี้ แสดงว่าดูที่นอนจาก Slumberland มา เพราะสปริงประเภทนี้เป็นสปริงเอกลักษณ์ลิกขสิทธิ์ของ Slumberland เท่านั้น แตกต่างจากสปริง Pocket Spring ตรงที่ แทนที่จะหุ้มผ้าแยกอิสระต่อ 1 ลูก สปริง สปริงนี้จะหุ้มผ้าต่อ 1 แถวของสปริง หรืออีกลักษณะที่พนักงานขายจะยกขึ้นมาเป็นจุดขาย คือสปริง 1500 ตัว แต่ในความเป็นจริงเป็นเพราะสปริงจะเป็นขด ทาง สลัมเบอร์แลนด์นับ 1 ขด เป็น 1 ลูก จึงนับได้จำนวนมาก เพราะ ปกติหาก เป็น Pocket Spring อิสระ จะนับเป็นลูกได้ 800 กว่าลูกเท่านั้น จำนวนลูกสปริงตัดสินคุณภาพที่นอนไม่ได้คะ เน้นอีกครั้ง ความสบายจะขึ้นกับวัสดุเหนือสปริงมากกว่าคะ

ส่วนราคา เริ่มต้นที่รุ่น Nature Touch 17,900 หรือ Oscar 18,900 บาท Paradise 25,900 บาท

รุ่น Oscar จาก Slumberland

สปริงแบบ PS1200 สปริงแบบนี้หรือ Continuous Spring เป็นสปริงต่อเนื่อง เฉพาะของ Slumberland สปริงแบบนี้จะดีกว่าสปริงแบบ บอร์เนียวสปริงตามข้างต้นตรงที่ไม่ค่อยสะเทือนมากเท่า รองรับหลังได้มากกว่า

เช่น รุ่น Temp ราคาประมาณ 9,900 บาท

ที่นอนไม่มีสปริง

ที่นอนที่เด่นมากในกลุ่มนี้และเป็นที่นิยมมากๆๆ เลย คือที่นอนยางพารา ปัจจุบัน หลายแบรนด์ชูที่นอนยางพาราเป็นที่นอนจุดเด่น จุดขายเลยก็ว่าได้ แต่ ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่ผลิตที่นอนยางพาราธรรมชาติแท้จริงได้ ที่นอนยางพาราแท้ต้องแบรนด์เก่าแก่ดั้งเดิมโด่งดังคือ Patex

ที่นอนยางพารา

ที่นอนยางพารา Patex

ทั่วไปหลายท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าที่นอนยางพารา แข็งมาก นอนไม่สบาย แต่ในความเป็นจริงที่นอนยางพาราที่ว่าแข็งเป็นที่นอนยางพาราแบบ ยางพาราอัด (รูปล่าง) การเลือกซื้อที่นอนยางพารา ควรเลือกตามความแน่น ความแข็งที่เราต้องการ ยางพาราแบบอัดก็เหมาะสำหรับท่านที่ไม่สามารถนอนที่นอนนุ่มได้เลย เช่นเวลาเราอายุมากกระดูกมีการเปลี่ยนรูปไปแล้วไม่สามารถนอนที่นอนนุ่มได้เลย ก็จะพอใจที่นอนแข็งๆ เช่นที่นอนยางพาราอัด

ที่นอนยางพารา

ส่วนทั่วไปที่นอนยางพาราแบบ 7 zone หรือที่นอนยางพาราหล่อ แบบรูปบน จะยืนหยุ่นและรองรับหลังได้มากกว่า หนุ่มสาว วัยทำงาน จะพอใจมากกว่า สำหรับการเปรียบเทียบที่นอนยางพารา แต่ละแบรนด์ ความแตกต่างอย่างแรก คือ ความนุ่ม สำหรับที่นอนยางพาราจาก Dunlopillo กับที่นอนยางพาราจาก Patex ที่นอนจาก Dunlopillo จะนุ่มกว่า การประกอบยางพาราจากต่างประเภทของไทยกับยุโรปไม่เหมือนกัน ทางดันลอปจะเสริมยางพาราเป็นชั้นๆไล่ความแน่น ส่วนยางพาราจาก Patex จะหล่อมาตามความหนา โดยเลือกซื้อรุ่มที่ความแน่นไม่เท่ากัน และความหนาตามที่เราต้องการได้เช่น 4-6-8-10 นิ้ว

เมื่อที่นอนยางพาราเป็นที่นิยมในตลาดมาก แต่ด้วยต้นทุกวัสดุที่สูง ที่นอนยางพาราแท้จริงๆๆ ราคาจะเริ่มต้นที่ 27,900 บาท (ต่ำสุด ของ Dunlopillo)  และราคา 34,000 บาท สำหรับที่นอนยางพารา Patex รุ่น Comforal plus

โรงงานที่นอนจึงมีการประกอบที่นอนที่คล้ายๆที่นอนยางพาราคือ ที่นอนพียูโฟม เนื่องจากเป็นที่นอนที่ไม่มีสปริงเป็นส่วนประกอบเช่นกัน หลายท่านลองนอนแล้วแยกความแตกต่างไม่ออก (แต่ความคงทน ความยืนหยุ่น ความคืนตัว) พวกนี้แตกต่างกันอย่างแน่นอน ที่นอนยางพาราจะรองรับหลังสบายกว่า ไม่ยุบตัวตามกาลเวลา ไม่เหมือนที่นอนแบบพียูโฟม ที่นอนพียูโฟม ราคาจะประมาณ 14,000-23,000 บาท

ความแตกต่างทางด้านต้นทุนของ พียูโฟม และที่นอนยางพารา ทำให้ ลูกค้าได้ที่นอนที่คล้ายๆกัน แต่ราคาถูกกว่า ในทำนองเดียวกัน ก็เป็นจุดที่ บ.ที่นอนที่ไม่จริงใจใช้หลอกลวงจำหน่ายที่นอนพียูโฟม ว่าเป็นที่นอนยางพารา

สุดท้ายนี้ ที่นอนทุกประเภทมีการประกอบเพื่อให้ได้ ฟิวลิ่ง feeling หรือความรู้สึกในการนอนที่แตกต่างกันได้มากกว่า 50แบบ ความต่างตรงนี้ บางท่านแยกได้ บางท่าน นอนหลายๆ ตัวแยกไม่ออก เนื่องจากปัจจัยทางสรีระ และน้ำหนักตัวของแต่ละท่านนั่นเอง จึงแนะนำให้เลือกจาก ความรู้สึกที่ชอบ ความคงทน วัสดุที่ดี เพื่อให้ได้ที่นอนที่ใช้งานได้นานนับ 10ปี เพราะเราใช้เวลาในการนอนหลับสบายมากถึง 8 ชั่วโมงต่อวันหลังทำงานหนักมาตลอดวัน เราทุกคนควรได้นอนหลับพักผ่อนที่สบาย

มาทดลองนอนได้ที่โชว์รูมเราทุกประเภทที่นอนคะ

ลำดับหรือรุ่นที่แนะนำเข้ามาทดลองนอน สำหรับท่านที่ยังไม่ตัดสินใจ สเปกและยี่ห้อ

เพราะลำดับการทดลอง มีผลกับความรู้สึกขณะนั้นในการทดลอง เช่นนอนนุ่มมาก แล้วมานอนแน่นจะรู้สึกแน่นมาก หรือนอนแน่นมากแล้วมานอนนุ่มจะรู้สึกนุ่มมาก

วิธีทดลองที่ดี ควร ไล่สเต็ปการนอน เราแนะนำตามนี้คะ

ลำดับการทดลองที่นอนไล่ตามความนุ่มของที่นอน

หากยังไม่ระบุว่า เป็นที่นอนสปริงหรือที่นอนไม่มีสปริง ลองเริ่มจากที่นอนสปริงรุ่นตามนี้ ลองไปทีละรุ่น รุ่นละ 5 นาที พลิก ขวา และพลิกซ้าย และนอนหงายนิ่งๆ สักพัก ก่อนย้ายไปรุ่นต่อไป

  • รุ่น Groove จาก Sealy
  • รุ่น Prima จาก Sealy
  • รุ่น Bristol จาก Dunlopillo
  • รุ่น Oscar จาก Slumberland
  • รุ่น Paradise จาก Slumberland
  • รุ่น Cavalier จาก Slumberland
  • รุ่น Reflection จาก Dunlopillo
  • รุ่น Lightning จาก APP

หาก ไม่ทดลองนอนที่นอนยางพาราต่อ หากลองครบทั้ง 8 รุ่น แล้ว จะ พอได้ความรู้สึกคร่าวๆ ถึงความนุ่มแน่น ที่เราพอใจ หรือชอบ หรือรู้สึก Relax ที่สุดได้

หาก ทดลองต่อไปเป็นรุ่น ที่ไม่มีสปริงผสม

  • รุ่น Comforal Plus จาก Patex
  • รุ่น Birmingham จาก Dunlopillo
  • รุ่น Inspire จาก Dunlopillo
  • รุ่น Serenity หรือ Optimal (เฉพาะรุ่นดังกล่าวนุ่มไป)

การ test ที่นอน แบบต้องการเฉพาะรุ่นที่นุ่มเท่านั้น

  • รุ่น Cavalier จาก Slumberland
  • รุ่น Prima จาก Sealy
  • รุ่น Sphere จาก Sealy
  • รุ่น Royal จาก Sealy
  • รุ่น Cameo จาก Sealy 
  • รุ่น Essense จาก Sealy
  • รุ่น Memory Foam จาก APP
  • รุ่น Lighning จาก APP

การ Test ที่นอน แน่น

  • รุ่น Comforal Plus จาก Patex
  • รุ่น Serenity หรือ Optimal จาก Patex
  • รุ่น Oscar จาก Slumberland
  • รุ่น Solitaire จาก Sealy

รวบรวมคำถามเกี่ยวกับที่นอน

เนื่องจากหลายท่านสับสนกับการเลือก ซื้อที่นอนสักหลัง ทางร้านจึงขอรวบรวม รายละเอียดของที่นอนประเภทต่างๆไว้เพื่อประกอบกับการตัดสินใจนะคะ

ราคาของที่นอน

มี ลูกค้าสอบถามกันมากคะว่า หากต้องการเลือกซื้อที่นอนสักหลังควรตั้งงบประมาณไว้เท่าไหร่? ราคาที่นอนที่จำหน่ายกันทั่วไปในท้องตลาด จากแบรนด์นำเข้า เช่น Sealy Slumberland Dunlopillo นั้น ทั้งหมดเริ่มต้นราคาอยู่ที่ 9,900 บาท (รุ่น Fantastic จาก Slumberland) หรือรุ่นที่ใกล้ๆกัน รุ่น Groove จาก Sealy ที่ราคา 10,900 บาท และราคาที่สูงสุด อยู่ที่รุ่น Cameo จาก Sealy (ราคา 92,000 บาท) ความแตกต่างด้านราคา อยู่ที่ วัสดุที่ใช้ ความพิถีพิถันของการผลิต วัสดุขนม้าเสริมด้านบน วัสดุเสริมที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย วัสดุเสริมที่มี Cooling Gel การหุ้มด้วยผ้ายืด หุ้มด้วยผ้าขนกำมะหยี่ หรือการหุ้มที่นอนด้วยผ้าไหม ควาามหนาของขดลวดสปริง การเคลือบกันไรฝุ่น การเคลือบไททาเนียมที่สปริง วัสดุเสริมยางพารา หรือพียูโฟม วัสดุเหล่านี้เป็นตัวชี้ความแตกต่างด้านราคาของที่นอนแต่ละรุ่น อ้อและประเด็นสำคัญคือราคาที่ร้านจำหน่ายบวกกำไรมากน้อยเพียงใด (ส่วนใหญ่ร้านเราบวกน้อยมาก เพื่อให้ เราแข่งขันด้านราคาได้)

จริง อยู่ที่มีคนกล่าวไว้ว่า ของถูกและดีไม่มีในโลก แต่ ที่นอนแบรนด์ดังที่เริ่มที่ 9,900 บาท (ราคาร้านเรา)นี้ หากเทียบกับรุ่นที่จำหน่ายในห้าง จะเริ่มต้นราคาประมาณ 13,000 - 15,000 บาท ซึ่งถูกกว่าห้างแล้ว

ส่วนราคาของที่นอนที่จำหน่ายมากที่สุดในร้านเรา อยู่ที่ช่วงราคา 15,000 - 25,000 บาท ที่นอนในช่วงราคานี้ จัดว่าเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับที่นอนกลางๆ ที่ใช้งานนาน (แต่ช่วงนี้จะไม่ได้ที่นอนยางพาราแท้นะคะ ส่วนใหญ่ที่นอนในช่วงนี้เป็นที่นอน Pocket Spring)

รุ่นที่ยอดนิยม ในช่วงราคา 15,000 - 25,000 บาท คือ รุ่น Grace จาก Dunlopillo รุ่น Oscar จาก Slumberland รุ่น Cavalier จาก Slumberland รุ่น Paradise จาก Slumberland รุ่น Heritage จาก Dunlopillo และ รุ่น Prima จาก Sealy รุ่น Gallant จาก Sealy รุ่นเหล่านี้ ให้ความรู้สึกในการนอนที่แตกต่างกัน ไม่สับสนในการเลือกซื้ออย่างแน่นอน

และสำหรับท่านที่มองหาที่นอน ยางพาราแท้ ทางร้านจะแนะนำ ที่นอนยางพาราแท้ธรรมชาติจาก Patex ก่อน คือรุ่น Comforal Plus เนื่องจากรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่แน่น และตอบรับดี (คือแนะนำลูกค้าและ ลูกค้าไม่ค่อยผิดหวัง เกือบทั้งหมดชอบรุ่นนี้สำหรับท่านที่มองหาที่นอนแน่น หรือท่านที่ปวดหลังมาและมองหาที่นอนที่ตอบโจทย์) แต่!!! เน้นก่อนว่าเราไม่มีที่นอนที่รับประกันหรือแก้อาการปวดหลัง เพราะ!! อาการปวดหลังมาจากหลายสาเหตุ อาจจะมาจากอาการของโรค โครงสร้างทางกระดูก และอื่นๆมากมาย สิ่งที่ที่นอนยางพาราตอบได้มีเพียง ว่า เป็นที่นอนที่รองรับสรีระได้ดี และไม่ยุบตัวเป็นแอ่งตามกาลเวลาเท่านั้น (หากท่านปวดหลังจากที่นอนเดิมที่ยุบเป็นแอ่ง อันนี้ที่นอนยางพาราช่วยได้แน่นอน) ราคาเริ่มที่ 34,000 บาท

แต่หาก ท่านชอบที่นอนยางพาราแต่ชอบที่นอนที่นุ่ม แนะนำที่นอนยางพารา รุ่น  Birmigham และ Inspire จาก Dunlopillo ราคาเริ่มที่ 27,900 บาท สำหรับรุ่น Birmingham และราคา 31,900 บาท สำหรับรุ่น Inspire

มีอีกกลุ่มลูกค้า คือ ท่านที่กำลังเลือกซื้อที่นอนให้ คุณพ่อ คุณแม่ ที่อายุมากขึ้นแล้ว กลุ่มนี้อาจจะดูที่ราคาไม่ได้ ลูกทุกคนต้องการเลือกที่นอนที่ดีที่สุดให้คุณพ่อคุณแม่ หลายท่านเลือกที่แพงที่สุด (7-8หมื่น) ให้ท่าน ตรงนี้อยากให้ย้อนกลับมาพิจารณาที่นอนเดิมที่ท่านนอนก่อนตัดสินใจ เพราะหากท่านนอนที่นอนที่แข็งมากมาก่อน (ที่นอนแต่ก่อนแข็ง) เช่นใยมะพร้าว ที่นอนนุ่น การเปลี่ยนที่นอนครั้งนี้ไม่ควรเลือกที่ต่างจากเดิมมากนักเช่นเคยนอนแข็ง อยากให้ลองเลือกที่นอนยางพาราอัด​ (ของ Patex ราคาประมาณ 22,000) หรือ ที่นอนรุ่น Eldero จาก Slumberland (ออกแน่นนิด ) ราคาประมาณ 26,000 บาท เพราะที่นอนเหล่านี้ไม่จมมากพลิกตัวง่าย ท่านจะชอบมากกว่า ที่นอนที่ราคาสูงกว่าแต่นุ่มคะ

และสำหรับท่านที่มองหาที่สุด แห่งความนุ่มสบาย แบบ งบประมาณไม่จำกัด แนะนำ รุ่นเหล่านี้ คือ Cameo จาก Sealy, Essense จาก Sealy, Royal Imperial Crown จาก Slumberland, Tempsmart จาก Slumberland แล้วท่านจะรู้สึกได้ถึงความสบายที่ไม่เหมือนที่นอนรุ่นใดๆ ในราคาที่ต่ำกว่าเลย

 Cameo

ที่นอนที่ดีที่สุด

ทาง ร้านไม่สามารถตัดสิน คำว่า ดีที่สุดแทน ลูกค้าได้ เพราะความเหมาะสมของการเลือกซื้อที่นอนสำหรับแต่ละวัย ลักษณะการทำงาน น้ำหนักตัว สรีระ ประวัติการใช้ที่นอนเดิม สิ่งเหล่านี้จะทำให้ ลูกค้ามีความพึงพอใจ หรือเหมาะสมสำหรับที่นอนที่แตกต่างกัน

แต่ทางร้าน สามารถตอบได้ว่า

รุ่น ที่ยอดนิยมสุด สำหรับคนหนุ่มสาว มี รุ่น Cavalier Slumberland ราคา 21,900 บาท รุ่น Paradise Slumberland ราคา 25,900 บาท รุ่น ​Prima Sealy ราคา 21,900 บาท รุ่น Gallant Sealy ราคา 24,900 บาท รุ่น ​Royal Sealy ราคา 48,000 บาท รุ่น Comforal plus Patex 34,000 บาท รุ่น ​Inspire Dunlopillo ราคา 31,900 บาท

และสำหรับที่นอนรุ่นที่ดีที่สุดด้วยวัสดุที่ดีที่สุดราคาสูงสุด แนะนำรุ่น Cameo จาก Sealy และ รุ่น Essense จาก Sealy

การรับประกันที่นอน

ที่นอน ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ รับประกันเฉพาะการยุบตัว ไม่รับประกันอาการปวดหลัง (เพราะอาการปวดหลังมีหลายสาเหตุ) และไม่รับประกันความพึงพอใจ คือนอนไปแล้ว มาขอเปลี่ยนเพราะไม่ชอบเหมือนเดิม อันนี้ ทางโรงงานไม่รับเปลี่ยนคะ จึงอยากให้พิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจคะ ทางร้านมีหน้าที่นำเสนอเปรียบเทียบคุณสมบัติให้ครบถ้วนคะ

 

การจัดส่งที่นอน

ใน กทม. ทางร้านเราจะจัดส่งให้ฟรีคะ โดยทางเราจะขอสอบถามเกี่ยวกับการขนขึ้นบ้าน เพราะหากบันไดแคบ จะต้องเตรียมตัวในการขึ้นมากกว่าปกติคะ ส่วนสำหรับจังหวัดอื่นทางเราส่งผ่าน บ.ขนส่งให้ แต่! ทางร้านต้องรบกวนลูกค้าแนะนำ บ.ขนส่งใน จังหวัดหรือใกล้บ้าน ให้เรา หรือหากให้เราประสาน บ.ขนส่งทั่วไป ต้องขอแจ้งลูกค้าก่อนว่า บางครั้ง บ.ขนส่งไม่ส่งให้ถึงบ้าน คือ ออฟฟิสบ.ขนส่งปลายทาง จะขอชาร์ทเพิ่มเพื่อส่งให้ถึงบ้าน แม้หลายครั้งเราประสานต้นทางให้ส่งให้ถึงบ้านลูกค้าแล้วก็ตามคะ

การเลือกซื้อที่นอนอาจจะยากนะคะ แต่มั่นใจในความรู้สึกตัวเองเพราะ ทุกคนมีความสบาย ณ จุดที่เราสัมผัสที่นอนที่เราชอบอยู่แล้วคะ

และอีกอย่างที่อาจจะทำให้หลายคนสับสน เวปพันทิพย์อาจจะไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ข้อมูลที่สงสัยย้อนกลับมาถาม บ.ผู้ผลิตที่นอน หรือค้นหาสเปกที่ถูกต้องจากเวป โรงงานที่นอนมั่นใจกว่า บางครั้งพ่อค้าแฝงตัวในพันทิพย์ให้ข้อมูลเฉพาะเป็นคุณกับตัวเองคะ

สาขาเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา

 

อุดมเฟอร์นิเจอร์ Clearance Sale

จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ที่นอนยางพารา และที่นอนแบรนด์ดังต่างๆ

สินค้าแบรนด์ ต่างๆ ที่ทาง อุดมเฟอร์นิเจอร์ เป็น ตัวแทน อย่างเป็นทางการ สามารถ โทร. สอบถาม รายละเอียด สินค้า และ ราคา ได้ค่ะ

dunlop200 Sealy Slumberland Patex Foam Original Patex
la z boy Homematt app    

จำหน่ายที่นอน และเก้าอี้ La-z-boy ราคาพิเศษ และเป็นตัวแทนจำหน่ายที่นอนยางพารา Patex อย่างเป็นทางการใน กทม.