การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์
11 ม.ค. 2569
| 8ปัจจุบันที่นอนในท้องตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ตามวัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างภายใน ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันดังนี้ครับ:
เป็นประเภทที่นิยมที่สุดและหาซื้อได้ง่าย แบ่งย่อยได้เป็น:

Bonnell Spring: สปริงยึดต่อกันทั้งแผง ราคาประหยัด แข็งแรง แต่มีข้อเสียคือ สะเทือนถึงคนข้างๆ เวลาขยับตัว
Pocket Spring: ลูกสปริงแยกอิสระในถุงผ้า ช่วยรองรับสรีระได้ดีกว่า และ คนข้างๆ ไม่รู้สึกตัว เวลาเราพลิกตัวครับ

โดดเด่นเรื่องความทนทานและสุขภาพ:
ข้อดี: รองรับกระดูกสันหลังได้ดีเยี่ยม (Orthopedic), ไม่สะสมไรฝุ่น, อายุการใช้งานยาวนาน 10-20 ปี
ข้อเสีย: น้ำหนักเยอะมากเคลื่อนย้ายลำบาก และราคาสูงกว่าประเภทอื่น

ใช้วัสดุที่พัฒนาโดย NASA เพื่อลดแรงกระแทก:
ข้อดี: โอบรับสรีระตามน้ำหนักและอุณหภูมิร่างกาย ลดแรงกดทับได้ดีมาก เหมาะกับคนที่มีปัญหาปวดเมื่อย
ข้อเสีย: มักจะ อมความร้อน (ยกเว้นรุ่นใหม่ๆ ที่มี Gel Cooling) และให้ความรู้สึกเหมือน "จม" ลงไป ซึ่งบางคนอาจไม่ชอบครับ
เป็นการผสมผสานวัสดุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป เช่น ฐานเป็นสปริง แต่ท็อปด้านบนด้วยยางพาราหรือเมมโมรี่โฟม เพื่อดึงข้อดีของแต่ละแบบมาใช้ (ได้ทั้งความเด้งของสปริงและความนุ่มสบายของโฟม)

เป็นที่นอนราคาประหยัดที่สุด:

ข้อดี: น้ำหนักเบามาก ราคาถูก ไม่เป็นเชื้อรา
ข้อเสีย: ค่อนข้างแข็งและกระด้าง ไม่ค่อยยืดหยุ่น อายุการใช้งานสั้นกว่าแบบอื่น
| ประเภทที่นอน | เหมาะสำหรับ | ความรู้สึกสัมผัส |
| สปริง | คนขี้ร้อน, ชอบความเด้ง | ยืดหยุ่น, ระบายอากาศดี |
| ยางพารา | คนปวดหลัง, ภูมิแพ้ | แน่นแต่ยืดหยุ่น, ไม่ยวบ |
| เมมโมรี่โฟม | คนนอนดิ้น, ปวดข้อต่อ | นุ่มโอบกระชับ, คืนตัวช้า |
| ไฮบริด | คนที่อยากได้ทางสายกลาง | สมดุลระหว่างนุ่มและแน่น |